วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทำไมจะต้องจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาที่จังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๐ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และ วัฒนธรรม (๓) “พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม...” จะเห็นว่าตามรัฐธรรมดังกล่าวรัฐจะต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดมุกดาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอันเนื่องมาจากการเปิดใช้โดยสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๒ (จังหวัดมุกดาหาร –แขวงสะหวันนะเขต) ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงในทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านและพื้นที่ชายแดน เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข ๙ ของ สปป. ลาว แขวงสะหวันนะเขต ไปเชื่อมต่อกับเวียดนามตอนกลางที่มีหัวเมืองสำคัญของเวียดนาม คือ เมืองกวางตรี เมืองเว้ (เมืองเก่า) และเมืองดานัง อีกทั้ง จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับการรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนั้น รัฐบาลได้กำหนดนโยบายด้านการศึกษา “ส่งเสริมความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและวิจัยพัฒนาในภูมิภาค” ดังนั้น จังหวัดมุกดาหารน่าจะสามารถเป็นเมืองการศึกษาเพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาในภูมิภาคได้ เพราะจังหวัดมุกดาหารสามารถเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม จีน โดยผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๒
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีอายุเกือบประมาณ ๒๐ ปี และมีวิสัยทัศน์ “เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ ที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาของอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” โดยวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้กำหนดให้มีการพัฒนาคุณภาพของบัณฑิตและประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงนั้นมีพื้นที่ของจังหวัดมุกดาหารรวมอยู่ด้วย เพื่อทำให้วิสัยทัศน์บรรลุเป้าหมายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจึงได้มีการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ มีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้มีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเริ่มแรกเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่องสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครั้งที่ ๓/๒๕๔๘ ได้รับทราบและเห็นชอบให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร มีการดำเนินงานในรูปแบบของ “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี” โดยใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
วันศุกร์ที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จังหวัดมุกดาหารได้ให้ความอนุเคราะห์สถานที่โดยมอบอาคารหลังเก่าของโรงเรียนมุกดาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีดำเนินการปรับปรุงสำหรับการขยายการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่องสาขาการบัญชี
วันเสาร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ ได้อนุมัติเงินสำรองมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อใช้ปรับปรุงอาคารหลังเก่าโรงเรียนมุกดาลัย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมทั้งได้เปิดรับอาจารย์และเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร จำนวน ๔ อัตราและได้แต่งตั้ง ดร.กุลภา โภคสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี เพื่อทำหน้าที่บริหารงานและประสานงานการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดมุกดาหาร
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างเป็นทางการ โดยมีท่านนายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อุปนายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ตัวแทนจากหน่วยงานจังหวัดมุกดาหาร และคณบดีคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและมีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีกับโรงเรียนมุกดาลัย
วันเสาร์ที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ (จัดประชุม ณ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีตัวแทนจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมประชุม) มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร และได้ขอความเห็นชอบในการใช้พื้นที่ป่าไม้บริเวณภูผาเจี้ย ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จำนวนพื้นที่ป่าไม้เนื้อที่ประมาณ ๑,๑๓๔ ไร่ เพื่อจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร
วันจันทร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประชุมร่วมกับ ตัวแทนมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ศ.พิเศษ ดร.จอมจิน จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัย) และ ตัวแทนจังหวัดมุกดาหาร (ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร) เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร
วันอังคารที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ดร.สุชาติ เมืองแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา พร้อมด้วยรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ (ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์) รักษาการผู้อำนวยการกองแผนงาน (นายธีระศักดิ์ เชียงแสน) หัวหน้าพัสดุ (คุณวนิดา พูนผล) และหัวหน้าศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ดร.กุลภา โภคสวัสดิ์) เดินทางตรวจพื้นที่ป่าไม้บริเวณภูผาเจี้ย ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร
วันจันทร์ที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความเห็นชอบการใช้พื้นที่ป่าไม้ ณ บริเวณภูผาเจี้ย ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร
วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้อนุมัติข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ว่าด้วยการบริหารวิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยแต่งตั้ง ดร.กุลภา โภคสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง รักษาการผู้ช่วยอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร และ ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ ได้รับมอบอำนาจจากอธิการบดีในการบริหารกำกับดูแล วิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จะเห็นว่าการดำเนินการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน นั้น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ดำเนินการด้วยความตั้งใจจริงและเป็นขั้นตอนเพื่อให้จังหวัดมุกดาหารมีสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาตรีที่สามารถทำให้ลูกหลานชาวจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียงได้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้นพร้อมทั้งเป็นโอกาสอันดีที่จังหวัดมุกดาหารจะมีทรัพยากรบุคคลที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีโดยรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ (ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์) และรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ )ได้ถวายรายงานแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร พร้อมทั้งถวายรายงานการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ และมีแผนดำเนินการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต่อไป นอกจากนั้น เมื่อวันพุธที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เรียนเชิญผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ดูงานการจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาเขตมุกดาหาร พร้อมทั้งเยี่ยมชมพื้นที่ภูผาเจี้ย ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจะก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา โดยอาคารดังกล่าวมีเอกลักษณ์บางส่วน ประกอบด้วย เช่น พื้นที่ส่วนกลางขนาด ๑๒๐ x ๑๒๐ เมตร เป็นจำนวน ๙ ไร่ ซึ่งหมายถึง รัชกาลที่ ๙ พื้นที่อาคาร๗ ช่วงอาคาร ซึ่งหมายถึง ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ พื้นที่ตรงกลางอาคารมีพระฉายาลักษณ์ขนาด ๗ x ๑๒ เมตร เท่ากับ ๘๔ ตารางเมตร และพื้นที่ด้านหน้าวิทยาเขตมีพระพุทธรูป ที่ชื่อ “พระพุทธปทุมมุกดานพรัตน์” ที่มีความหมายว่า พระพุทธรูปที่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ปทุม) และชาวมุกดาหาร (มุกดา) ร่วมกันถวายแด่รัชกาลที่ ๙ (นพรัตน์) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การจะพัฒนาวิทยาเขตมุกดาหารให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพและพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยในอนาคต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ปัจจัยหลายๆ ประการ เช่น พื้นที่กายภาพที่เหมาะสม การให้ความร่วมมือของประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร การสนับสนุนจากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนจังหวัดมุกดาหาร การสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดมุกดาหาร เป็นต้น ซึ่งการดำเนินงานจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหารที่ผ่านมามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้น้อมนำพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ที่พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๑๒ ที่ว่า “...งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาติ เพราะความเจริญและความเสื่อมของชาตินั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่ จึงต้องจัดการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น...” และพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานแก่คณะผู้ปฏิบัติงานโครงการตามพระราชดำริ ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๐ ที่ว่า “...ผู้ที่ได้รับการศึกษาดี การศึกษาที่สูงขึ้นย่อมจะเป็นผู้ที่มีโอกาสในการที่จะเลือกงานและเลือกวิถีการดำเนินชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่หมายความว่าจะมีโอกาสที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ก็ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานทางด้านการศึกษาหลายๆ หน่วยงาน...”

ดังนั้น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหารจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของจังหวัดมุกดาหารอันจะทำให้เป็นแหล่งวิชาการเพื่อชาวลูกหลานมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา ซึ่งเป็นอาคารที่จะถูกก่อสร้าง ณ พื้นที่บริเวณภูผาเจี้ย พวกเราทุกคนพร้อมใจพร้อมกายเพื่อน้อมถวายพ่อหลวงของเราที่พระองค์ท่านจะทรงพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชาวมุกดาหารทุกท่านจะร่วมกายใจทำให้อาคารดังกล่าวสมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน เพราะถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวมุกดาหารการเดินหน้าของวิทยาเขตมุกดาหารคงจะต้องไม่สามารถทำได้และอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินการในอนาคต
สุดท้ายนี้ ขออนุญาตนำเสนอ คำว่า “MUKDAHAN” ซึ่งประกอบด้วย M = Management U = Understand K = Knowledge D = Development A = Advance H = Harmony A = Ambition N = Natural ดังนั้น “MUKDAHAN CAMPUS” วิทยาเขตมุกดาหารมุ่งเน้นการจัดการความเข้าใจความรู้ด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาให้มีความก้าวหน้าทันสมัยที่กลมกลืนกับความปรารถนาของธรรมชาติ โดยการพัฒนาดังกล่าวจะต้องใช้ MUK model สำหรับการบริหารจัดการ และการเรียนการสอน
ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้รวบรวม เรียบเรียง และนำเสนอ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

MUK model มุกโมเดล ตัวแบบมุก (วิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี)

การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงาน (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร)
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งใหม่ในจังหวัดมุกดาหารที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การวางแผนด้านต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีตัวแบบ หรือ ต้นแบบ ยกตัวอย่างเช่น อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราช ที่จะก่อสร้าง ณ บริเวณภูผาเจี้ย นั้นจะใช้ต้นแบบจากลูกปีกไม้ของต้นยาง (ต้นยาง ซึ่งทุกท่านคงทราบดีว่า เป็น ราชาแห่งป่า) ซึ่งรายละเอียดจะได้นำเรียนในโอกาสต่อไป แต่สำหรับวันนี้ ผู้เขียนจะได้ขออนุญาตเสนอความคิดตัวแบบเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร และจะค่อยๆ นำทุกท่านไปสู่เป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้จังหวัดมุกดาหารเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างยาวนานเช่นกัน ซึ่งผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ เพียงแต่ว่าจะนำคำว่า “มุก” ที่เป็นคำขึ้นต้นของจังหวัดมุกดาหารมาเป็นส่วนนำ สำหรับมุกนั้น หลายๆ ท่านทราบนะครับว่า มุก (Pearl) เป็นอัญมณีที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต (Organic gemstone) ไข่มุกแต่ละเม็ดจะเกิดจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในหอยทั้งฝาเดียวและสองฝา ซึ่งพบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม เพื่อลดการระคายเคืองจากสิ่งแปลกปลอมนี้ หอยจะปล่อยสารที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) ออกมาเคลือบสิ่งแปลกปลอมนั้นเป็นชั้นๆ จนกระทั่งได้เป็นไข่มุกที่แวววาว ส่วนจะมีลักษณะรูปร่างอย่างไรนั้น ขึ้นกับสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไป ตามธรรมชาติแล้วมักมีลักษณะไม่กลม
โดยปกติแล้ว ไข่มุกจะมีสีขาวเหลือบสีรุ้งเล็กน้อยจนถึงขาวนวล แต่ก็มีสีอื่นๆ อีกอย่างเช่น สีชมพู สีเงิน สีครีม สีเหลือง สีทอง สีเทา สีน้ำตาล และสีดำ โดยสีต่างๆ ของไข่มุกนั้นก็เกิดขึ้นอยู่กับชนิดของหอยมุก และสภาวะแวดล้อมในบริเวณที่หอยมุกอยู่อาศัย ความหมายของมุกสีต่างๆ สีเหลือง หมายถึง ความมั่งคั่ง สีน้ำตาล หมายถึง สติปัญญา สีขาว หมายถึง อิสระ เสรีภาพ และสีเขียว หมายถึง ความสุข (อ้างอิง
http://nonny264.multiply.com/journal/item/70/70)
ส่วนตำนานของ “มุก” นั้น เริ่มนับตั้งแต่โบราณมามุกก็ยังได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีที่มีผู้ชื่นชอบเป็นอย่างมาก และเป็นเครื่องประดับแห่งชนชั้นสูง เห็นได้จากบทกวีของโฮเมอร์ กวีเอกของกรีกโบราณ (1,200-850 ปี ก่อนคริสตศักราช) ได้บรรยายเรื่องของไข่มุกไว้ว่า เทพธิดายูโนมีเครื่องประดับเป็นต่างหูไข่มุก จึงนับได้ว่าไข่มุกเป็นเครื่องประดับ เป็นอัญมณีที่เก่าแก่และสตรีชาวโรมันต่างก็ชื่นชอบต่างหูมุก ไพลนี นักเขียนขาวโรมันก็ยังได้บรรยายไว้ พระนางคลีโอพัตราได้ละลายไข่มุกล้ำค่าราคาสูงลิบลงในเหล้าองุ่นแล้วดื่ม เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อมาร์ก แอนโทนี นอกจากนี้พระนางยังทรงต่างหูไข่มุกอยู่เสมอ หรือแม้แต่สตรีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกดังเช่น พระนางซูสีไทเฮานั้นก็มีหลักฐานบันทึกมากมายว่าทรงโปรดเครื่องประดับไข่มุกเป็นอย่างยิ่ง แต่ในการใช้เครื่องประดับมุกในประเทศไทยนั้น แท้จริงน่าจะเริ่มต้นเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามแบบอย่างเจ้านายสตรีที่นิยมเสื้อผ้าตามแบบฝรั่ง จึงนำเอาไข่มุกมาประยุกต์ให้เข้ากับเสื้อผ้า ไข่มุกจำนวนมากจึงได้เข้ามามีบทบาทเป็นเครื่องประดับยอดนิยม อันเป็นแฟชั่นในยุคนั้นได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยไข่มุกยาว ต่างหูไข่มุก แหวนไข่มุก นอกจากนั้น ผู้อ่านสามารถทราบรายละเอียดของไข่มุกได้ที่
www.tint.or.th/nkc/nkc51/nkc5103/nkc5103s.html
สำหรับ คำว่า "มุก" ในส่วนประวัติของจังหวัดมุกดาหาร เมื่อครั้งตั้งเมืองขึ้นใหม่ในเวลากลางคืน ได้มีผู้พบเห็นแก้วดวงหนึ่งสีสดใสเปล่งแปลงเป็นประกายแวววาวเสด็จ(ลอย) ออกจากต้นตาล 7 ยอดริมฝั่งโขง ล่องลอยไปตามลำน้ำโขงแทบทุกคืน จวบจนใกล้รุ่งสว่างแก้วดวงนั้นจึงเสด็จ(ลอย) กลับมาที่ต้นตาล 7 ยอด เจ้าจันทกินรีจึงได้ขนานนามแก้วศุภนิมิตดวงนี้ว่า แก้วมุกดาหาร เพราะตั้งเมืองขึ้นริมฝั่งโขงตรงปากห้วยบังมุกอีกทั้งได้มีผู้พบเห็นไข่มุก อยู่ในหอยกาบ(หอยกี้) ในลำน้ำโขงอีกด้วย เจ้าจันทกินรีจึงให้ขนานนามเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ว่า เมืองมุกดาหาร (www.mukdahan.go.th/history.htm)
จากข้อมูลข้างต้น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร จึงใคร่ขอเสนอ ตัวแบบเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติงาน คือตัวแบบมุก หรือ MUK modelคือ ตัวแบบที่ใช้การในจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษา และใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากร วิทยาเขตมุกดาหาร ซึ่งหมายถึง ตัวแบบที่ ทรงคุณค่า บริสุทธิ์ และแข็งแกร่ง ดั่งไข่มุก
โดย MUK model จะมี 2 แบบ คือ (1) สำหรับนักศึกษา และ (2) สำหรับบุคลากร ที่เป็นเจ้าหน้าที่ และอาจารย์
(1) MUK Model for Students มุกโมเดล สำหรับนักศึกษา
M = Multi-Skilling การมีทักษะทำงานได้หลากหลาย ที่เกิดจากการเรียนรู้
U = Utility สิ่งที่เป็นประโยชน์
K = Knowledge ความรู้ความเข้าใจเป็นตัวแบบ ที่เน้นการเรียนรู้ให้เกิดความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อให้มีทักษะสามารถทำงานได้หลากหลาย
(2) MUK Model for staffs มุกโมเดล สำหรับบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่ และอาจารย์
M = Management ความสามารถในการจัดการ
U = Unity ความเป็นเอกภาพ รักสามัคคี
K = Keenness ความหลักแหลม ความกระตือรือร้นเป็นตัวแบบ ที่เน้นการทำงานที่กระตือรือร้น การทำงานที่ใช้ความสามารถในการจัดการ (ทั้งการเรียนการสอนการปฏิบัติงาน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุวัฒนธรรม) และ การทำงานที่เกิดความเป็นเอกภาพเดียวกันและรักความสามัคคีในองค์กร
การใช้ MUK model ให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องมือในการดำเนินงาน อย่างน้อย 2 ประการ ดังนี้1. ภาษา (ภาษาไทย ภาษอังกฤษ และภาษาเพื่อนบ้าน) เพื่อการสื่อสาร2. เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการสื่อสาร และการจัดการ โดยใช้ระบบ Socail Network (Blogger, Twitter, webs, etc.) นอกจากนั้น
การใช้ Muk model จะสอดคล้องกับประเด็นต่อไปนี้
1. สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่ว่า "เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ ที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง"
2. สอดคล้องกับหลักของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) ที่กำหนดให้การพัฒนาบัณฑิตในมหาวิทยาลัยจะต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานคุณภาพระดับชาติ 5 ข้อ คือ (1) การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม โดยทุกหลักสูตรจะต้องกำหนดให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีคุณธรรมด้านต่างๆ (2) ความรู้ กำหนดให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีความรู้ในศาสตร์วิชานั้นๆ (3) กำหนดเกี่ยวกับทักษะทางปัญญาความสามารถของบัณฑิตที่จะไปใช้ในการปฏิบัติงาน (4) กำหนดทักษะทางสังคม โดยบัณฑิตจะต้องสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดียิ่ง (5) บัณฑิตจะต้องมีทักษะด้านเทคโนโลยี
3. สอดคล้องกับแผนพัฒแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552-2556 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ประกาศใช้เป็นนโยบาย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 โดยมีโครงการเร่งด่วน ที่เกี่ยวข้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ 1 มาตรการ การพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ข้อ 1.1 ปรับปรุงรูปแบบ/วิธีการในการจัดการเรียนการสอนในสถาบันศึกษาระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา ส่งเสริมให้มีการนำ Open Source Software มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียน การสอน และการวิจัยต่อยอดเพื่อส่งเสริมให้เกิดนักพัฒนารุ่นใหม่
4. สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดมุกดาหารที่ว่า "การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์" และกลยุทธ์ของจังหวัดมุกดาหารที่ว่า "การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรและแรงงาน"

เขียนโดย ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี